หนาวนี้ คุณครูมาปลุกผักหน้าหนาวกันเถอะ

ฤดูหนาวมาเยือนอีกแล้วนะครับ คุณครู ในหน้าหนาวทุกครั้ง หลายๆ  ครอบครัวจะมีการขุดแปลงผักเล็ก ๆ ข้าง ๆ บ้านหรือ หน้าบ้าน เพื่อทำการปลูกผักปลอดสารพิษ ไว้รับประทานกัน  ถือว่าเป็นการออกกำลังกายในตัว และได้ผ่อนคลายจากงานสอน ลองมาดูซิว่าผักประเภทไหนที่นิยมปลูกกันในหน้าหนาวบ้าง

พืชผักที่ควรปลูกในฤดูต่าง ๆ มีดังนี้

ผักที่ปลูกได้ตลอดปี ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ผักตระกูลแตง ผักตระกูลถั่ว ผักตระกูลมะเขือ หอมแดง หอมแบ่ง สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง แมงลัก โหระพา กะเพรา ผักตำลึง ผักบุ้งไทย กระชาย ข่า ตะไคร้ บัวบก มะแว้ง มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู เป็นต้น พืชเหล่านี้ปลูกได้ตลอดปี และปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

ผักที่ควรปลูกในต้นฤดูฝน คือ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ได้แก่ หอมแบ่ง ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า พริกต่างๆ มะเขือต่างๆ ผักกาดหัว ผักกาดหอม บวบ มะระ ฟักเขียว แฟง แตงกวา ข้าวโพดหวาน ถั่วฝักยาว ถั่วพุ่ม น้ำเต้า ถั่วพู กระเจี้ยบเขียว

ผักที่ควรปลูกปลายฤดูฝน ผักใดที่ปลูกต้นฤดูฝนก็ปลูกได้ผลดีในปลายฤดูฝน ยิ่งกว่านั้นยังปลูกผักฤดูหนาวได้อีกด้วย เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปม บร็อคโคลี่ ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ แครอท แรดิช ผักชี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมห่อ ข้าวโพดหวาน แตงเทศ แตงโม พริกยักษ์ พริกหยวก ฟักทอง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย

ผักที่ควรปลูกในฤดูหนาว ได้แก่ ผักกาดขาว ผักกาดเขียวปลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดหัว ถั่วลันเตา ถั่วพู ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอม มะเขือเทศ หอมหัวใหญ ตั้งโอ๋ บล๊อคโคลี แครอท

ผักที่ควรปลูกในฤดูร้อน ได้แก่ ผักที่ทนร้อนได้ดี และทนความแห้งแล้งพอสมควร ถึงแม้ว่าผักเหล่านี้จะทนร้อนและความแห้งแล้งได้ แต่ถ้าจะปลูกในฤดูร้อนผักบางอย่างก็ต้องรดน้ำ เช้า-เย็น ต้องพรวนดินแล้วคลุมด้วยฟางข้าว เพื่อรักษาความชุ่มชื่นไว้ให้พอ เช่น ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเทียน บวบ มะระ ถั่วฝักยาว ถั่วพุ่ม น้ำเต้า แฟง ฟักทอง ถั่วพู คะน้า ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดหอม ผักชี (ผักกาดหอม และผักชีนั้นควรทำร่มรำไรให้ด้วย) ผักกาดขาวเล็ก ผักกาดขาวใหญ่ มะเขือมอญ

ผัดกาดหอมผักสลัด

ผักกาดหอมหรือผักสลัด มีหลากหลายชนิดมาก ทั้งเป็นต้นก้านยาวน้ำเยอะกรอบนุ่ม สีเขียวอ่อน ทั้งสีเขียวเข้มใบยาวอวบใหญ่ ทั้งต้นกลมห่อเหมือนกะหล่ำปลี ทั้งมีใบหยักสีม่วง และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งบ้านเราตอนนี้มีผู้คนใส่ใจสุขภาพ และความงาม หลีกเลี่ยงความอ้วน ไขมันเกิน จึงพยายามกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง หันมานิยมกินสลัดผัก โดยเฉพาะผักที่ปลูกแบบออแกนิก โดยไม่ต้องลงดิน นัยว่าเป็นผักปลอดสาร (แต่ที่ไม่ลงดินผักจะเจริญงอกงามได้อย่างไรถ้าไม่มีสารบางอย่างที่มีคุณภาพ เหมือนดิน แน่ใจจริงๆ หรือว่าปลอดสาร) จึงพบเห็นได้ในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างทุกหนแห่ง หรือร้านสุขภาพเล็กๆ ทั่วไป แม้ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าผักทั่วไป แต่ก็ขายยังดี นับได้ว่าเป็นผักเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภค ทั้งยังเป็นผักที่มีหลากหลายสรรพคุณ

ผักกาดหอมมีฤทธิ์เย็น รสหวานอมขม อุดมไปด้วยโปรตีน กากใย น้ำตาล วิตามิน เอ บี ซี อี เค โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก เป็นต้น

ผักกาดหอมเป็นผักที่ช้ำง่าย มักจะกินสดๆ ใหม่ๆ ไม่ค้างคืนนาน เพราะเป็นผักมีน้ำเยอะ กรอบ จึงช่วยดับร้อนเพิ่มน้ำให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยขับความร้อนในปอด ลำไส้ กระเพาะอาหาร และพิษชี่ที่คั่งค้างในร่างกาย ช่วยห้ามเลือด ทำให้เลือดเย็น ช่วยการไหลเวียนเลือด เมื่อเลือดไหลเวียนดี ก็ต้องเพิ่มการเผาผลาญที่ดีในร่างกาย เพิ่มน้ำนมให้สตรีหลังคลอด

นอกจากนี้ยังช่วยการเจริญเติบโตของร่างกายแข็งแรง ป้องกันท้องผูก เมื่อท้องระบายดี มีความสมดุลในกระเพาะลำไส้ พิษไม่ขังอยู่ในร่างกาย ผิวพรรณก็จะดี เนียนสวย เปล่งปลั่งตามมา เลย มีผลไปถึงช่วยชะลอความชราตามไปด้วย เพราะมีโพแทสเซียมมาก จึงช่วยระบายปัสสาวะ ในกรณีที่ไม่ได้เป็นโรคไต แต่เกิดมีอาการปัสสาวะไม่คล่อง กินผักกาดหอมช่วยบรรเทาได้

ด้วยเหตุที่ผักกาดหอมมีวิตามิน เค จึงช่วยหยุดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่เกร็ดเลือดน้อยเลือดไหลง่ายหยุดยาก จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เกร็ดเลือดสูง เลือดหนืด เลือดคั่ง มีลิ่มเลือด ยังห้ามกินสำหรับผู้ที่กระเพาะลำไส้หนาวเย็น และสตรีหลังคลอด จึงเป็นผักต้องห้ามสำหรับคนเป็นโรคไต

ผักกาดหอมนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย เป็นได้ทั้งรองประดับจานอาหาร เป็นผักที่กินสดกับสาคูไส้หมู กินสดกับยำต่างๆ และผักหลักในสลัดผักที่หลากหลายมากมาย ทั้งยังเป็นผักที่ใส่ในต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยวบางชนิดอีกด้วย นับว่าเป็นผักที่ได้รับความนิยม และมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกชนิดหนึ่ง

ขอบคุณที่มาเนื้อหา : msn.com

 
 

ผักคะน้า

                    สรรพคุณและประโยชน์ของผักคะน้าผักใบเขียวนั้นจัดว่าเป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพร ที่ช่วยรักษาโรคได้ด้วยนะ และผักคะน้าก็หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ ราคาก็ไม่แพงจึงเป็นที่นิยมที่จะนำมาปรุงอาหารกันค่อนข้างมาก คุณพ่อบ้านแม่บ้านมักจะมองเห็น ประโยชน์ของผักคะน้า โดยการนำมาทำอาหาร อาทิเช่น ราดหน้า ผัดผักคะน้าหมูกรอบ
แม้แต่เครื่องเขียงของขาหมูก็ยังต้องมีผักคะน้าด้วยไม่งั้นไม่ใช่ขาหมูนะขอบ อก แต่วันนี้เราไม่ได้พูดถึงอาหารหรอกค่ะแต่เราจะมาพูดถึง สรรพคุณของผักคะน้า และ ประโยชน์ของผักคะน้า กันต่างหากค่ะ มาดูกันกว่าค่ะว่า สรรพคุณของผักคะน้า และ ประโยชน์ของผักคะน้า จะมีมากแค่ไหนกันนะมาดูกันเลย

                    สรรพคุณ / ประโยชน์ของผักคะน้า
คะน้ามีวิตามินหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน 186.92 ไมโครกรัม/100 กรัม [3] ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และยังมีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีแคลเซี่ยมช่วยเสริมสร้างกระดูก
คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้า-แคโรทีน ซึ่งร่างการจะเปล่ยนเป็นวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงสายตา เสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณและต้านทานการติดเชื้อ คะน้าให้โฟเลตและธาตุเหล็กสูง ซึ่งสารทั้งงสองชนิดนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง
                – คุณค่าอาหาร
คะน้า 100กรัม ให้พลังงาน 31 กิโลเคลอรี ประกอบด้วยน้ำ 92.1 กรัม โปรตีน 2.7 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม เส้นใย 1.6 กรัม แคลเซียม 245 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 2,512 ไมโครกรัม วิตามินเอ 419 iu. วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.08 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 147 มิลลิกรัม
                – ข้อควรระวัง
ในผักคะนั้นในพบ สารกอยโตรเจน (goitrogen) ซึ่งบริโภคมาก ๆ จะทำให้ท้องอืด

 

Check Also

ต้นไม้ไล่ยุงปลูกติดบ้านไว้ ไร้เงาแมลงร้ายกวนใจ !

  &nb ...

 
@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @