เปิดใช้งานฟรี ‘Office365’

เปิดใช้งานฟรี ‘Office365’
ไมโครซอฟท์ผนึก 10 สถาบันการศึกษานำร่อง

ไมโครซอฟท์ วางฐานผู้ใช้ออฟฟิศในไทย  เปิดตัวโครงการ “Student Advantage”   นำร่องดึง 10 สถาบันการศึกษาร่วมใช้ชุดซอฟต์แวร์ Office365 ProPlus ฟรี  ล่าสุดมียอดผู้ใช้แล้วประมาณ 7.7 หมื่นคน   เตรียมต่อยอดขยายเป็น 20 สถาบันภายในปีนี้
office365

                                                                                ฮาเรช คูบจันดานิ

นายฮาเรช คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด   เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการ Student Advantage อย่างเป็นทางการในไทย  โดยเบื้องต้นมีสถาบันการศึกษา 10 แห่ง  ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของบริษัทเข้าร่วมโครงการดังกล่าว  โดยร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษโดยเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของแต่ละสถาบัน สามารถติดตั้งและใช้งานชุดซอฟต์แวร์ Office365 ProPlus โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งนักเรียนนักศึกษาของสถาบันที่ร่วมโครงการจะสามารถใช้งาน Office 365ได้จากดีไวซ์ส่วนตัวของตนเองเป็นจำนวนสูงสุด 5 เครื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย และที่พัก
สำหรับสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (ประเทศไทย) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนบางกอกพัฒนา โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพโรงเรียนนานาชาติ NIST โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และโรงเรียนนานาชาติเซ็นต์แอนดรูว์ส
โดยขณะนี้มีนักเรียน นักศึกษาไทยกว่า 77,000 คนได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการดังกล่าว จาก 10 สถาบัน ซึ่งเมื่อนักเรียนหรือนักศึกษาจบจากสถาบันสิทธิดังกล่าวก็จะหมดลงตามไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างเพิ่มเติมสถาบันที่ร่วมโครงการอีกจำนวนมากและตั้งเป้าในปีนี้จะมีสถาบันเข้าโครงการอีก 20 สถาบัน”
สำหรับชุดซอฟต์แวร์ Office 365 ProPlus จะประกอบด้วย Word PowerPoint และ OneNote พร้อมด้วย Office Online และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1 เทราไบต์จาก OneNote ซึ่งนักเรียนนักศึกษาและครูสามารถแลกเปลี่ยนแผนการเรียนการสอน บันทึกการสอน ภาพถ่ายและแนวคิดต่างๆ ได้จากทุกดีไวซ์ ทุกที่ทุกเวลา โดยไมโครซอฟท์จะไม่เข้าไปล้วงข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น”
นายฮาเรซ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2568 กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีจำนวนเยาวชนในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้นกว่า 63 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งเยาวชนเหล่านี้อาจเติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรที่มีความสามารถ และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไปได้ และในปี 2568 ประเทศเหล่านี้จะมีเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) มากถึง 16 ล้านคนในแต่ละปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.3 ล้านคนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 5 เท่าตัว เนื่องจากประเทศในกลุ่มหลังนี้จะมีความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถสูงเป็นอย่างมาก เราจึงจะได้เห็นการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อแย่งชิงแรงงานคุณภาพในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
สำหรับไทยคาดว่าจะมีจำนวนเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชา STEM ติด 5 อันดับแรก โดยยอดผู้สำเร็จการศึกษาดังกล่าวในปี 2568 อาจเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันถึง 74%  โดยโครงการ Student Advantage จะช่วยให้เราสามารถเสริมศักยภาพทางการศึกษาของไทย และวางรากฐานทักษะสำคัญสำหรับชีวิตการทำงานในศตวรรษที่ 21 อันถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,056
วันที่ 28  –  30  พฤษภาคม  พ.ศ. 2558

Check Also

ใช้ชื่อนักดาราศาสตร์ไทยตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อย

วันนี้ (17 ก.พ. ...

 
@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @