"ดาว์พงษ์"ลั่นต้องยกเครื่อง"สทศ."

 
  • สมพงษ์ จิตระดับ

    "ดาว์พงษ์" ลั่นยกเครื่อง สทศ. ทิศทางข้อสอบต้องไม่ยากเกินไปหรือง่ายเกินไป ส่วนการเปิดแนวข้อสอบ เปิดแค่เหมาะสม ไม่ต้องกลัวเปิดช่องให้ติวเตอร์ "สมพงษ์ จิตระดับ" ชี้จำเป็นต้องรื้อใหญ่ สทศ. เพราะข้อสอบที่ออกยากขึ้นทุกปี ยิ่งผลักเด็กหาเข้าหา รร.กวดวิชา

    พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ว่าทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ยอมรับว่าข้อสอบอยู่ในระดับที่ยาก แต่ตนก็ได้ย้ำให้ สทศ.ชี้แจงกับสังคมว่าการที่ข้อสอบอยู่ในระดับยากเด็กทำข้อสอบผ่านหรือไม่ เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ครู ผู้ปกครอง สำหรับในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็จะต้องมาดูเรื่องการประเมินอย่างจริงจัง เพราะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประเมินทั้ง สทศ. และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ต่างก็เป็นองค์กรมหาชนทั้งคู่ และที่ผ่านมาไม่มีการประสานการทำงานกันอย่างจริงจัง จากนี้จะต้องมีการหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ปฏิรูปการศึกษาไปในทิศทางที่ผิด

    "ผมยังไม่สามารถตอบได้ว่าการออกข้อสอบวัดผลต่างๆ ของ สทศ.ออกมาแล้วทำให้เด็กได้คะแนนต่ำ เพราะเราไม่แน่ใจว่าเด็กที่ได้คะแนนต่ำจะมาจากการที่ครูสอนไม่ดี หลักสูตรไม่ดี หรือข้อสอบยาก เพราะทุกประเด็นเป็นไปได้หมด ดังนั้นผมต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เกิดคุณภาพให้ได้ ซึ่งการออกข้อสอบไม่ใช่มาประเมินความยากง่ายภายหลัง แต่เราต้องมีการประเมินความยากง่ายก่อนการจัดทำข้อสอบ เพื่อจะได้หาข้อสอบที่เป็นกลางและเหมาะสมตามการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย มากที่สุด แต่ก็เข้าใจว่า สทศ.น่าจะกังวลเรื่องการรักษาความลับของข้อสอบที่จะหลุดออกมา ทั้งนี้ ผมมั่นใจว่าในปีการศึกษา 2559 ผลคะแนนการสอบต่างๆ จะมีผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน" รมว.ศธ.กล่าว

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายการเปิดกรอบข้อสอบให้เด็กสามารถรู้ก่อนทำข้อ สอบ จะส่งผลอะไรหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาใจเด็ก แต่ต้องคิดทั้งสองด้านระหว่างครูและผู้เรียนด้วย ซึ่งหลักการออกข้อสอบต้องออกแบบผสมผสานกัน ต้องตอบได้ว่า 100 ข้อ ยาก กลาง ง่าย กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะใช้สามารถวัดความสามารถเด็กได้ข้อสอบยากสุดก็ต้องตัดทิ้ง ง่ายสุดก็ต้องตัดทิ้ง แล้วจึงเอาตัวกลางมาใช้ ส่วนการเปิดกรอบข้อสอบไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้ติวเตอร์มารู้ ข้อมูล เพราะเราจะเปิดข้อสอบเฉพาะในกรอบที่คิดว่าเหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปการออกข้อสอบ สทศ.จะต้องเข้ามาคุยกับ ศธ.ก่อน ไม่ใช่ดำเนินการโดยไม่มีการวางแผน

    พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนจะมาดูการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ให้สอดรับกับระบบการทดสอบต่างๆ ที่ค่อนข้างซ้ำซ้อนด้วย ซึ่งจะต้องไม่เป็นภาระเด็กมากจนเกินไปจนทำให้เด็กเครียดกับการสอบ ซึ่งตนมองว่าระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องให้โอกาสคนจนได้เข้าถึงระบบ การศึกษา และไม่ปิดกั้นเด็กที่มีศักยภาพ

    ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับ รมช.ศธ. เรื่องที่จะต้องมีการปรับกระบวนการการออกข้อสอบเพื่อใช้ทดสอบต่างๆ แต่เห็นว่าสิ่งที่จะต้องทำจากนี้คือ การกำหนดขั้นตอนในการออกข้อสอบให้มีความชัดเจน ว่าต้องทำอะไรบ้าง สามารถทำการประเมินได้ ที่สำคัญคือการกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ปัญหาเรื่องข้อสอบเกินมาตรฐานหลักสูตรมีขึ้นทุกปี แต่ข้อสอบก็พัฒนาความยากขึ้นไปทุกปีเช่นกัน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้ออกข้อสอบคืออาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้สอนหรือเข้าใจถึงหลักสูตรการเรียนการสอนขั้นพื้นฐาน ดังนั้นจำเป็นที่ต้องรื้อใหญ่ สทศ. เพราะข้อสอบที่ออกมาไม่สอดคล้องกับสภาวะและมาตรฐานที่แท้จริงของเด็กไทย จึงนำมาใช้วัดทักษะเด็กไม่ได้

    นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดกรอบข้อสอบ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้ปกครอง เด็ก จะสามารถรู้ขอบเขตของข้อสอบ แต่ก็ดีสำหรับโรงเรียนกวดวิชาเช่นกัน จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบนโยบายให้ลดการกวดวิชาและทำให้เด็กมีความสุขกับการศึกษาเพิ่มขึ้น ตนยังไม่เห็นในจุดนี้ เพราะถ้ายังไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาแตะระบบการรับนักเรียนเพื่อศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัย ปัญหาการกวดวิชาก็จะไม่มีการลดลง เนื่องจากยังมีการสอบมากมาย เช่น การทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา การทดสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) การทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) เป็นต้น ถ้ารัฐบาลไม่เข้ามาดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง ระบบรับตรงก็จะมีอำนาจมากกว่า ซึ่งในปัจจุบันจะพบว่าระบบแอดมิชชั่นมีคะแนนลดลง เพราะเด็กเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบรับตรงหมด

Rate this post

Check Also

“กสศ.”ร่วมแก้เหลื่อมล้ำ เปิดโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาครูโยกย้ายบ่อย

เมื่อวันที่ 28 ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @