การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่องานวิจัย            การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์   
                          เรื่อง การบวก  การลบ  การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้
                          คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  
ชื่อผู้วิจัย              รัชนีกร  แก้วละเอียด
ปีที่ทำการวิจัย        2560   


                                                               บทคัดย่อ

                    รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก  การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6     โรงเรียนบ้านคลองมวน  อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้  1)  เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75    2)  เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง  การบวก  การลบ  การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6   3)  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ก่อนเรียนและหลังเรียน      4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจสำหรับนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง  การบวก  การลบ  การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านคลองมวน  อำเภอรัษฎา   จังหวัดตรัง  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560จำนวน 2 ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน 62 คน  กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2560  โรงเรียนบ้านคลองมวน  อำเภอรัษฎา   จังหวัดตรัง  จำนวน 31 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย  (Simple  Random  Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม   (Sampling  unit) ซึ่งนักเรียนแต่ละห้องมีผลการเรียนไม่ต่างกัน เนื่องจากโรงเรียนได้จัดห้องเรียน    โดยคละความสามารถของนักเรียนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา ได้แก่  แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม จำนวน 20  แผน  แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์               ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  จำนวน 10  เล่ม  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวก        การลบ  การคูณและการหารทศนิยม เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก  จำนวน 30 ข้อ 1 ฉบับ    ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  0.86    แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ  การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งเป็นแบบมาตราประมาณค่า (rating scale)สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ประสิทธิภาพ E1/E2 และทดสอบสมมติฐานด้วย t – test (Dependent Samples)   

        ผลการวิจัยพบว่า
              1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก การลบ การคูณและ       
การหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  มีประสิทธิภาพ E1/E2
เท่ากับ 76.97/76.44  สูงกว่าเกณฑ์ 75/75  ที่ตั้งไว้
        2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรื่องการบวก  การลบ การคูณและการหารทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ   0.65
หมายความว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น จากก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 65.05
        3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
เรื่อง การบวก  การลบ การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
          4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (=  4.53 ,
S.D. = 0.59)   รายการที่มีระดับความพึงพอใจสูงที่สุด คือ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ทำให้ผู้เรียน    ได้ฝึกทักษะกระบวนการการคิดและแก้ปัญหา (=  4.87,  S.D. = 0.34)  ส่วนรายการที่มีระดับ
ความพึงพอใจรองลงมา คือ มีความสนุกสนาน   ในการทำกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ
คณิตศาสตร์  (=  4.71 ,  S.D. = 0.53)

 

 

Rate this post

Check Also

รูปแบบการจัดการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับทักษะกระบวนการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

วิจัย     :     ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @