การพัฒนาชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทาง สะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ชื่อเรื่อง          การพัฒนาชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทาง    
                       สะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ผู้รายงาน       นายชำนาญ ชวดชูโต ตำแหน่ง   ครู วิทยฐานะ   ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนชุมชนป้อมเพชร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

ปีการศึกษา   2560

                                                 บทคัดย่อ

การพัฒนาชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตาม  แนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนป้อมเพชร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา      สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 นักเรียน   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 48 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย (Simple random Sampling) โดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม (Sampling unit) โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อ 1)  เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อ การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2)  เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการใช้ชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ผลการศึกษาพบว่า

  1. ผลจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้าง

หุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยยึดเนื้อหาเป็นสำคัญและพยายามจัดกิจกรรมการเรียนรู้          ให้จบเนื้อหา ปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนจำสูตร หลักการ และวิธีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ส่วนการสอนที่ใช้สื่อหรืออุปกรณ์แทนการหาคำตอบจากรูปธรรมแบบง่าย ๆ ไปสู่การคิดแบบนามธรรมที่ยากขึ้น เป็นการเรียน ที่ทำให้นักเรียนมีความสุขและอยากเรียน ปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ปัญหาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นปัญหาของครู โดยภาพรวมมีปัญหามาก ได้แก่ ครูขาดนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และครูขาดการพัฒนาเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ และปัญหาที่เกิดจากนักเรียน โดยภาพรวมมีปัญหาในระดับมาก ได้แก่ นักเรียนมีความรู้พื้นฐานทางการเขียนโปรแกรมต่ำ นักเรียนขาดความรับผิดชอบ ขาดระเบียบวินัย และนักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์       คิดแก้ปัญหา สรุปความคิดอย่างเป็นระบบ และคิดแบบองค์รวม ความต้องการของครูผู้สอนใน      การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยครูต้องการพัฒนานวัตกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ต้องการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในหัวข้อใหม่ ๆ อย่างหลากหลาย โดยเน้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง และต้องการสื่อ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนเป็นรูปธรรม เหมาะสมและเพียงพอ โดยมีข้อแนะนำให้ครูใช้นวัตกรรมการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ทั้งสื่อและเทคนิคประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนสนใจ สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ครูสามารถเลือกใช้สื่อให้เหมาะกับวิชา เลือกใช้สื่อที่หาง่ายในท้องถิ่น และปัญหาในการเรียน        วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน ได้แก่ ครูสอนจริงจัง ไม่ใช้สื่อในการสอน ให้ทำการเขียนโปแกรมส่งทุกครั้ง ทำให้เครียด ครูเข้มงวดทำให้บรรยากาศในการเรียนเครียด ไม่อยากเรียน นักเรียนได้เสนอความต้องการที่จะเรียนวิชาคอมพิวเตอร์อย่างมีความสุข โดยให้ครูจัดหาสื่อการสอนที่หลากหลาย        เพื่ออธิบายเนื้อหาวิชาให้เข้าใจ และครูควรสร้างบรรยากาศใน การเรียนให้สนุกสนาน เช่น เล่นเกม และครูควรมีวิธีการสอนที่หลากหลายไม่น่าเบื่อ

  1.   การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลการประเมินประสิทธิภาพด้านกระบวนการ (E1) ได้ค่าประสิทธิภาพ 82.76 และผลการประเมินประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ (E2)   ได้ค่าประสิทธิภาพ 83.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้คือ 80/80 แสดงว่าชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นี้สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2.   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  3.   ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสำหรับออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Rate this post

Check Also

รูปแบบการจัดการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับทักษะกระบวนการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

วิจัย     :     ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @