การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

                         การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

              The development of  an  instructional model based on the theory of knowledge creation to strengthen the ability of problem solving and

                                                             critical thinking abilities for primary school students level 6

 

นายนพวิทย์ รุ่งรวีอัครนนท์

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

Noppawit Rungraweeackaranon

        Senior Professional Level Teacher (K 3 Teacher)

 

                                                                          บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้  เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้  เพี่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้  เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  ในด้านต่างๆ ดังนี้  3.1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้  3.2)เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ และ 3.3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาล ๑ นาเริ่งราษฎร์บำรุง จังหวัดสระบุรี จำนวน  32  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ , แผนการจัดการเรียนรู้ , แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ , แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้  วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ( X )  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) สถิติทีแบบไม่อิสระและการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

  1. รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ที่มีชื่อว่า  PPES  Model มีองค์ประกอบคือ หลักการ ,วัตถุประสงค์, กระบวนการเรียนการสอนและเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ โดยกระบวนการเรียนการสอนมี 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ (Preparation: P) 2) ขั้นฝึกปฏิบัติ (Practice: P) ซึ่งประกอบด้วย  5 ขั้นตอนย่อย คือ ขั้นที่ 1 คิดวิเคราะห์ปัญหา  ขั้นที่ 2 ระบุปัญหา ขั้นที่ 3 ระบุสาเหตุและทางเลือกในการแก้ปัญหา ขั้นที่ 4 ตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหา  และขั้นที่ 5 สะท้อนความคิด 3) ขั้นประเมินผล (Evaluation :E) และ 4) ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ (Summarize  and  Applying: S )โดยที่รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  ที่พัฒนาขึ้นมานี้มีประสิทธิภาพเท่ากับ  85.25/88.45  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80  ที่กำหนดไว้
  2. หลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ (PPES Model) นักเรียนมีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
  3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่ต่อการใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Rate this post

Check Also

รูปแบบการจัดการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับทักษะกระบวนการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

วิจัย     :     ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @