[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม เว็ปการศึกษา วิทยฐานะครู 1.10 plus

หน้าแรก

ข่าวครู

ปฏิทินกิจกรรม
กระดานสนทนาครู
บทความ สาระน่ารู้
ดาวน์โหลด
สมัครสมาชิกฟรี ๆ
สมาชิกทั้งหมด
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
มุมวิทยฐานะครู
ภาพจากสมาชิกครู
Tag
เว็ปเพื่อนบ้าน
ติดต่อเรา
นำข่าวไปติดเว็ป

สมาชิกเว็บไซต์

หน้าล็อคอิน
Username :

Password
:

          ล็อคอินแบบถาวร

                  



เมนูในระบบ

   
  • อัพเดทข่าวครูอาชีวศึกษา
  •  
  • อัพเดตข่าวชาว สพฐ
  •  
  • ข่าวประกาศจาก สพร.
  •  

     





    Custom Search

    เผยแพร่ผลงานวิชาการ วิทยฐานะครู

     


         ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป
        ศุกร์ ที่ 15 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2554 

    ผู้เขียน : ruur2554


    ให้คะแนนผลงานวิชาการนี้ :

    Blog หมายเลข 375 | คะแนน Rating: 1.6/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 34 votes)

    คำค้น : ผลงานวิชาการ

     ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป

              ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป  ประกอบด้วย

    •  1. คำชี้แจง/คำแนะนำในการศึกษาด้วยบทเรียนฉบับนั้น
    • 2. แนวคิด
    • 3. วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดจากการศึกษาบทเรียนสำเร็จรูป
    • 4. เนื้อหาเรียงลำดับจากง่ายไปยาก
    • 5. แบบฝึกหัด/คำถาม เพื่อทบทวนความเข้าใจในเนื้อหาที่ได้ศึกษา พร้อมเฉลย
    • 6. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
    • 7. เฉลยแบบทดสอบ

    กระบวนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป

               ขั้นตอนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปมี 4 ขั้นตอน

    • 1. ขั้นวางแผน (Planning)
    • 2. ขั้นการผลิต (Production)
    • 3. ขั้นการทดลองต้นฉบับ (Prototype testing)
    • 4. ขั้นทดลองใช้จริง

    ขั้นวางแผน (Planning)

    • - ศึกษาหลักสูตร เพื่อให้ทราบถึงเนื้อหาสาระที่จะนำมาจัดทำเป็นบทเรียนสำเร็จรูป
    • - กำหนดเนื้อหาสาระที่จะนำมาจัดทำบทเรียน
    • - กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น
    • - จุดประสงค์นำทาง จุดประสงค์ปลายทาง
    • - ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังว่า เมื่อผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้จบแล้ว ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง
    • - วิเคราะห์ความยาก-ง่ายของเนื้อหา
    • - เตรียมสร้างแบบทดสอบทั้งก่อนและหลังเรียนในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้ให้ครอบคลุม
    • - ความรู้ (Knowledge)
    • - ทักษะ/กระบวนการ (Skills Practice/Process)
    • - เจตคติ (Attitude)

    ขั้นการผลิต (Production)

    • 1) เขียนบทเรียนสำเร็จรูปประกอบด้วย
    • - จุดประสงค์ของบทเรียนสำเร็จรูป
    • - ข้อทดสอบก่อนและหลังเรียน
    • - กิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้หลักและกรอบสาระการเรียนรู้สาขา
    • - นำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่วางแผนไว้
    • - การวัดผลประเมินผล
    • 2) สร้างแผนการเรียนรู้
    • - ศึกษาวิธีการสร้างแผนการเรียนรู้
    • - ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูป
    • - เขียนแผนการเรียนรู้ตามเนื้อหา โดยพิจารณาความสอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหาและเวลาที่ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้
    • - นำแผนการเรียนรู้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพ
    • - ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ

    ขั้นการทดลองต้นฉบับ (Prototype testing)
                    นำบทเรียนสำเร็จรูปต้นฉบับไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

                   ขั้นหนึ่งต่อหนึ่ง  นำบทเรียนสำเร็จรูปไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ยังไม่เคยศึกษาเรื่องนั้นมาก่อน เพื่อดูความถูกต้องของเนื้อหา ขั้นตอนต่าง ๆ ในการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ จากนั้นจึงนำผลและข้อบทพร่องที่พบ มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อใช้ในการทดลองขั้นกลุ่มเล็กต่อไป

                    ขั้นกลุ่มเล็ก  นำบทเรียนสำเร็จรูปที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขในขั้นหนึ่งต่อหนึ่งไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่กำลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น เพื่อตรวจสอบความบกพร่องของบทเรียน และเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่าประสิทธิภาพยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จะต้องปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาของบทเรียนสำเร็จรูป และปรับปรุงกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งแบบทดสอบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

                   ขั้นกลุ่มใหญ่  นำบทเรียนสำเร็จรูปไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่กำลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น และเป็นกลุ่มทดลองที่มีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างจริง ๆ ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็ดำเนินการจัดทำต้นฉบับเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป

    ขั้นทดลองใช้จริง

                  การทดลองใช้จริง เพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูป มีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้

    1.  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป

    • 1.1 ให้ผู้เรียน ศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนในการเรียนอย่างละเอียด โดยอ่านจากคำชี้แจง/คำแนะนำในการศึกษาด้วยบทเรียนสำเร็จรูป
    • 1.2 ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนและให้คะแนน
    • 1.3 ผู้เรียนทำกิจกรรมการเรียนที่ระบุไว้ในบทเรียนสำเร็จรูปครบถ้วนแล้ว ให้ทำแบบฝึกหัดและตรวจตำตอบจากคำเฉลยที่ให้ไว้ ทำเช่นนี้ทุกหน่วยการเรียนรู้จนครบ

    • 1.4 ครูตรวจสอบการตอบคำถามในแต่ละกรอบและการทำแบบฝึกหัดของผู้เรียนทุกหน่วยการเรียนรู้
    • 1.5 หลังจากผู้เรียนทำกิจกรรมการเรียนรู้ ในบทเรียนสำเร็จรูปจบแล้วให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)

    •2. เครื่องมือที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป

    • 2.1 แบบฝึกหัด
    • 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

    3. การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้

                 เครื่องมือที่ใช้วัดผลการเรียนรู้ เช่น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะต้องให้ได้ข้อมูลตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห์ ดังนี้

    • 3.1 หาความตรงเนื้อหา เป็นการหาว่าแบบวัดจะวัดได้ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่โดยอาศัยการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์และแบบทดสอบ
    • 3.2 หาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ใช้สูตรการคำนวณ ดังนี้

     คำอธิบาย: 2552-04-18-011

          กำหนดคะแนนของผู้เชี่ยวชาญอาจจะเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้
                      +1  =   แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง
                        0  = ไม่แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง
                       -1 = แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นไม่ได้วัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง

                    ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ต้องมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ในกรณีที่กำหนดการให้คะแนนของผู้เชี่ยวชาญเป็น 5 หรือ 4 หรือ 3 หรือ 2 หรือ 1 ดังนี้

                        5  =  ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้มากที่สุด
                        4  =  ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้มาก
                        3  =  ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้บ้าง
                        2  =  ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้น้อย
                        1  =  ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้น้อยที่สุด

                           ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ต้องมีค่าตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป

    ตัวอย่างการหาค่า  IOC แบบทดสอบ

                   นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จำนวน 20 ข้อ ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับจุดประสงค์ โดยกำหนดคะแนนเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1 ได้ผล ดังนี้

    ข้อที่ 

    ผู้เชี่ยวชาญ (R)

    ผลรวมของคะแนน

    IOC

    หมายเหตุ

    คนที่ 1

    คนที่ 2

    คนที่ 3

    1

    2

    3

    4

    5

     

    20

    +1

    0

    +1

    -1

    +1

     

    +1

    +1

    +1

    +1

    +1

    +1

     

    0

    0

    -1

    +1

    +1

    0

     

    +1

    2

    0

    3

    1

    2

     

    2

    0.67

    0.00

    1.00

    0.33

    0.67

     

    0.67

                ใช้ได้

    ปรับปรุง

                ใช้ได้

    ปรับปรุง

                ใช้ได้

     

                 ใช้ได้

                 จากตารางจะเห็นว่า ข้อที่ 2 และข้อที่ 4 มีค่า IOC ต่ำกว่า 0.50 ดังนั้นจะต้องปรับปรุง

             • 3.3    การหาค่าความยากง่าย
                   การวิเคราะห์ความยากง่าย เป็นการวิเคราะห์รายข้อใช้สูตรการคำนวณ ดังนี้

    คำอธิบาย: 2552-04-18-0111

                  เกณฑ์ความยากง่ายที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 0.80 ถ้าค่า P มีค่านอกเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องปรับปรุงข้อสอบข้อนั้น หรือตัดทิ้งไป

     

    ตัวอย่างการหาค่าความยากง่ายแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์

                 นำแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 คน แบบทดสอบมี 5 ข้อ ๆ ละ 1 คะแนน ได้ผลดังนี้

    คำอธิบาย: 2551-01

     

                   จากตาราง  ถ้าต้องการหาดัชนีความยากของแบบทดสอบข้อ 1
    จะได้
    R = 8 , N = 10  แทนค่า P =   8 /10  = .8
                   ดังนั้น  แบบทดสอบข้อ 1 มีค่าดัชนีความยากเท่ากัน .8 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

           

     

     

       3.4    การหาค่าอำนาจจำแนก

                 การวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนก เป็นการดูความเหมาะสมของรายข้อว่าข้อคำถามสามารถจำแนกกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนได้จริงหรือจำแนกผู้ที่มีคุณลักษณะสูงจากผู้มีคุณลักษณะต่ำได้ใช้สูตรการคำนวณ ดังนี้

    คำอธิบาย: 2552-04-18-03

                  เกณฑ์อำนาจจำแนกที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ขึ้นไป ถ้าค่าอำนาจจำแนกต่ำกว่า 0.20 จะต้องปรับปรุงแบบทดสอบข้อนั้นหรือตัดทิ้งไป

    ตัวอย่างการหาค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์

                     จากตารางข้อมูลตัวอย่างแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ในการหาค่าความยากสามารถวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบได้ ซึ่งจะเห็นว่าข้อมูลในตารางได้เรียงลำดับคะแนนของนักเรียนจากมากไปหาน้อยแล้ว ดังนั้น กลุ่มสูง (ร้อยละ 25) คือนักเรียนคนที่ 1-3 และกลุ่มต่ำ (ร้อยละ 25) คือนักเรียนคนที่ 8-10

    คำอธิบาย: 2552-04-18-04

                 ดังนั้น  แบบทดสอบข้อที่ 1 มีค่าอำนาจจำแนก .67 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

              3.5    การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด

    1)   การหาความเชื่อมั่นแบบคูเดอร์-ริชาร์ดสัน  เป็นการหาค่าความเชื่อมั่น  ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือที่วัดหรือข้อสอบที่ให้คะแนนแต่ละข้อคำถามตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 (ถูกได้ 1 ผิดได้ 0) ใช้สูตรการคำนวณของ Kuder – Richardson – 21 (KR-21)

          คำอธิบาย: 2551-03

               เกณฑ์ความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้จะมีค่าตั้งแต่ 0.75 ขึ้นไป

    ตัวอย่างการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์

                   จากตารางผลการทดสอบวิชาวคณิตศาสตร์ดังที่กล่าวมาข้างต้น ก่อนคำนวณหาค่าความเชื่อมั่นผู้สอนจะต้องหาค่าเฉลี่ยและความแปรปรวนเสียก่อน ดังนี้

    คำอธิบาย: 2551-04

                                       คำอธิบาย: 2552-09                                              

                   จะเห็นว่าค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 0.625 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ 0.75 ดังนั้น ผู้สอนจะต้องปรับปรุงแบบทดสอบชุดนี้ก่อนนำไปใช้จริง

    2)   การหาความเชื่อมั่นแบบครอนบัด  (Cronbach) เป็นการหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัดจากการคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (a – Coefficient) ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือวัดที่แต่ละข้อคำถามไม่ได้ตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 แต่เป็นการตรวจให้คะแนนในลักษณะอื่น ๆ เช่น การทำข้อสอบอัตนัยที่ตอบแล้วได้คะแนนแต่ละข้อไม่เท่ากัน การทำแบบสอบถามที่ตอบแล้วได้คะแนนแต่ละข้อเป็น 5, 4, 3, 2, 1 เป็นต้น สูตรที่ใช้คือ

    คำอธิบาย: 2551-06

     

     

     

     

     

     

     

       4.  การหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป

    • 4.1 หาเกณฑ์ประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปโดยการวิเคราะห์คะแนนใช้สูตรคำนวณ ดังนี้

     คำอธิบาย: 2551-07

                การกำหนดเกณฑ์ที่ยอมรับว่าสื่อหรือนวัตกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพคือด้านความรู้ ความจำ E1/E2  มีค่า  80/80 ขึ้นไป ด้านทักษะปฏิบัติ  E1/E2 มีค่า 70/70 ขึ้นไป โดยที่ค่า  E1/E2  ต้องไม่แตกต่างกันเกินกว่าร้อยละ 5

    • 4.2 หาค่าดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูป โดยการวิเคราะห์คะแนนใช้สูตรคำนวณ ดังนี้

    คำอธิบาย: 2552-04-18-10

                สำหรับเกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าสื่อหรือนวัตกรรมมีประสิทธิผลช่วยให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์การเรียนรู้ได้จริง คือ มีค่าตั้งแต่ .50 ขึ้นไป

     

     

     

    5. ทดสอบความแตกต่างของผลการสอบก่อนและหลังเรียน 
                 โดยการหาค่าที่ (T – dependant)

    คำอธิบาย: 2551-08


    จำนวนที่เข้าชม : 2850   [ คลิกขึ้นบน ]
     

      แสดงความคิดเห็น
    ชื่อ/อีเมลล์ :  สมาชิกระบบจะกรอกให้อัตโนมัติ
    ใส่รหัสยืนยัน
    ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
    อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
    ข้อความ :


    กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


     
    ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง
        รายงานผลการพัฒนาพฤติกรรมทางสังคม โดยใช้กิจกรรมกลางแจ้งชุดการละเล่น ของเด็กไทย ของนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 2
        รายงานผลการใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง การเป่าขลุ่ยโซปราโน รีคอร์เดอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
        รายงานการประเมินโครงการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2556
        รายงานการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำในมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทุ่งต้นงิ้ว
        เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง การวาดภาพสีน้ำ รายวิชาจิตรกรรม รหัส ศ30206 (สาระเพิ่มเติม) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
        รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านคุณธรรมจริยธรรม 8 ประการ
        การสร้างและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุด คอมพิวเตอร์น่ารู้และการจัดการสารสนเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


    Krupunmai.com: ข่าวการศึกษา วิทยฐานะครู ความรู้สำหรับครู เผยแพร่ผลงานวิชาการ ครูชำนาญการพิเศษ
    ©Copyright 2012, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

    ลิ้งเพื่อนบ้าน : เกมส์ |