[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม เว็ปการศึกษา วิทยฐานะครู 1.10 plus

หน้าแรก

ข่าวครู

ปฏิทินกิจกรรม
กระดานสนทนาครู
บทความ สาระน่ารู้
ดาวน์โหลด
สมัครสมาชิกฟรี ๆ
สมาชิกทั้งหมด
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
มุมวิทยฐานะครู
ภาพจากสมาชิกครู
Tag
เว็ปเพื่อนบ้าน
ติดต่อเรา
นำข่าวไปติดเว็ป

สมาชิกเว็บไซต์

หน้าล็อคอิน
Username :

Password
:

          ล็อคอินแบบถาวร

                  



เมนูในระบบ

   
  • อัพเดทข่าวครูอาชีวศึกษา
  •  
  • อัพเดตข่าวชาว สพฐ
  •  
  • ข่าวประกาศจาก สพร.
  •  

     





    Custom Search

    เผยแพร่ผลงานวิชาการ วิทยฐานะครู

     


        การทำวิจััยในชั้นเรียน
        อาทิตย์ ที่ 31 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2554 

    ผู้เขียน : ruur2555


    ให้คะแนนผลงานวิชาการนี้ :

    Blog หมายเลข 384 | คะแนน Rating: 1.7/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 32 votes)

    คำค้น :

      

    1.              คำนำ

    ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ปีการศึกษา 2542 มีคำว่า  การวิจัยในชั้นเรียน   ซึ่งระบุว่าครูเป็นผู้ทำ

    การระบุดังกล่าวทำให้ต้องมาตีความว่า  การวิจัยในชั้นเรียนคืออะไร  และครูทำอะไร

    ก่อนคือ ควรตั้งคำถามก่อนว่า  อะไรคือการวิจัย  สิ่งที่เรียกว่าวิจัยจะต้องประกอบด้วย

    1.             มีปัญหาที่จะต้องวิจัยเท่านั้น

    2.             ระบุสาเหตุได้

    3.             มีวิธีการหาข้อมูลที่เชื่อถือได้

    4.             มีการอภิปรายผลเพื่อให้ได้องค์ความรู้ใหม่/วิธีแก้ปัญหาแบบใหม่/คำตอบแบบใหม่ 

     

    2.              การวิจัยในชั้นเรียนคืออะไร

    การวิจัยในชั้นเรียนคืออะไร  การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยของครู  อาจารย์  ซึ่งสังเกตพบว่านักเรียน/นักศึกษาบางคนมีปัญหาบางเรื่อง  และเมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาของนักเรียน/นักศึกษาบางคนดังกล่าว  ระบุได้หลายสาเหตุ  จึงเลือกสาเหตุที่ตนสามารถแก้ไขได้  หาวิธีแก้ไข (ซึ่งไม่ใช่วิธีสอนแบบเดิม) ดำเนินการแก้ไขไปพร้อมๆกับการสอนนักเรียน/นักศึกษากลุ่มใหญ่   จนปัญหาดังกล่าวได้รับการคลี่คลาย  จึงเขียนรายงานการวิจัยซึ่งมีความยาว 2 – 3 หน้า 

    สรุปการวิจัยในชั้นเรียน  คือ  การที่ครู/อาจารย์ทำการแก้ปัญหานักเรียน/นักศึกษาอ่อน (บางคน บางเรื่อง) เพื่อให้เรียนทันเพื่อน  หรือพัฒนานักเรียน/นักศึกษาเก่ง (บางคน  บางเรื่อง)    เพื่อให้ถึงศักยภาพสูงสุดของเขา

     

    3.              การวิจัยในชั้นเรียน  เพื่ออะไร  ของใคร

    การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน  มิใช่เพื่อขอผลงานของผู้ทำวิจัย การพัฒนาผู้เรียน  หมายถึง    การแก้ปัญหาให้ผู้เรียนอ่อนเรียนทันเพื่อน  กับการเสริมผู้เรียนเก่งให้เก่งตามศักยภาพของเขา

    การวิจัยเพื่อนำไปขอผลงาน  ควรทำทีหลังและใช้การสังเคราะห์ผลการการแก้ปัญหาที่แต่ละสาเหตุ  หลายๆสาเหตุจนเกิดองค์ความรู้  ภายใต้ปัญหาวิจัยเดียวกัน

     

      

    4.              การวิจัยในชั้นเรียนจัดอยู่ในการวิจัยประเภทใด

    การวิจัยมีหลายประเภท  เช่น

    1.             การวิจัยเชิงทดลอง  ประกอบด้วย  ตัวแปรอิสระ  ตัวแปรตาม  ตัวแปรควบคุม  ประชากร  การสุ่มตัวอย่าง  กลุ่มตัวอย่าง  การเปรียบเทียบใช้สถิติสรุปอ้างอิง (F, ANOVA, t)

    2.             การวิจัยเชิงสำรวจ  ประกอบด้วยเครื่องมือวิจัย (แบบสอบถาม  สัมภาษณ์) ประชากร  กลุ่มตัวอย่าง  การสุ่มตัวอย่าง  การสรุปอ้างอิงด้วยสถิติ

    3.             การวิจัยเชิงคุณลักษณะ (Qualitative  Research)  เน้นการฝังตัว  ลุ่มลึก  และต่อเนื่องของผู้วิจัยในการรวบรวมข้อมูล

    4.             การวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์  เหมาะสำหรับผู้ทำเพื่อรับปริญญามักแบ่งเป็น 5 บท

    5.             การวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi – Experiment) เป็นการวิจัยที่มีตัวแปรต้น  ตัวแปรตาม  มีการควบคุมตัวแปรเกิน  ใช้การทดลองกับคน แต่ต้องระวังเรื่องจรรยาบรรณของ    นักวิจัย

    6.             การวิจัยเชิงสหพันธ์  เป็นการวิจัยที่มีตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัว  และต้องการทราบว่าตัวแปรคู่ใดมีความสัมพันธ์มากน้อยเพียงใด

    7.             การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์เป็นการวิจัยอดีตที่ผ่านมา

    8.             การวิจัยเชิงอนาคต  เป็นการวิจัยจากสภาพปัจจุบันเพื่อทำนายอนาคต

    9.             การวิจัยในสาขาต่างๆ เช่น  สาขาการศึกษา  เศรษฐศาสตร์  วิทยาศาสตร์  นิติศาสตร์ ฯลฯ

     

    การวิจัยในชั้นเรียนจัดอยู่ในสาขาศึกษาศาสตร์  และใช้วิธีวิจัยแบบคุณลักษณะ โดยเน้น การวิจัยรายกรณี (Case Study Research) โดยกรณีนี้ ได้แก่ สาเหตุ มิใช่พื้นที่

     

     

    5.              การวิจัยในสาขาการศึกษา (ศึกษาศาสตร์) แยกได้กี่ประเภท

            4  ประเภทคือ  (1) การวิจัยในชั้นเรียน  (2) การวิจัยในโรงเรียน  (3) การวิจัยการเรียนการสอนและ  (4) การวิจัยทางการศึกษา  ซึ่งสรุปความเหมือนและต่างดังนี้

     

    รายการ

    การวิจัย

    ในชั้นเรียน

    ในโรงเรียน

    การเรียนการสอน

    การศึกษา

    เป็นการวิจัยหรือไม่

    ü

    ü

    ü

    ü

    ใครทำ

    ครู-อาจารย์ประจำ

    ศึกษานิเทศ  ผู้บริหารโรงเรียน//

    ครู-อาจารย์ที่ว่าง และ ผู้เชี่ยวชาญ

    นักวิจัยการศึกษา  นักการศึกษา

    ทำอะไร

    แก้ปัญหาผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง

    แก้ปัญหาครู-อาจารย์บางคน  บางเรื่อง

    แก้ปัญหาผู้เรียนทั้งห้อง หาองค์ความรู้

    แก้ปัญหาระดับใหญ่ หาข้อมูลเชิงนโยบาย

    เริ่มที่ไหนและอย่างไร

    สังเกตเห็นผู้เรียนบางคนมีอาการผิดปรกติ

    สังเกตครู-อาจารย์บางคนมีอาการผิดปรกติ

    ทบทวนงานวิจัย และระบุปัญหาวิจัย

    ทบทวนงานวิจัย  หรือผลการศึกษาเกี่ยวกับสภาพทางการศึกษาของประเทศ

    ทำที่ไหน

    ใน/นอกห้องเรียน

    ใน/นอกโรงเรียน//

    ใน/นอกห้องเรียน/โรงเรียน

    ใน/นอกโรงเรียน

    ทำเพื่ออะไร

    แก้ปัญหาผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง

    แก้ปัญหาครู-อาจารย์บางคน  บางเรื่อง

    ทดลองแนวคิดใหม่ๆหาองค์ความรู้

    ทดลอง/แก้ปัญหาระดับใหญ่  หาคำตอบใหม่ เพื่อกำหนดนโยบายใหม่

    การออกแบบการวิจัย

    ไม่เป็นทางการ

    ไม่เป็นทางการ

    เป็นทางการ

    เป็นทางการ

    เครื่องมือวิจัย

    ไม่ต้องมี ครู-อาจารย์ คือเครื่องมือวิจัย

    ไม่ต้องมี ศึกษานิเทศ ผู้บริหาร คือ เครื่องมือวิจัย

    ต้องมีและเชื่อถือได้

    ต้องมีและเชื่อถือได้

    การระบุประชากร กลุ่มตัวอย่าง

    ไม่

    ไม่

    ต้อง

    ต้อง

    การสุ่มตัวอย่าง

    ไม่

    ไม่

    ต้อง

    ต้อง

    การเก็บข้อมูล

    2-3 วัน

    4-5 วัน

    นาน

    นาน

     

    รายการ

    การวิจัย

    ในชั้นเรียน

    ในโรงเรียน

    การเรียนการสอน

    การศึกษา

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    วิเคราะห์เนื้อหา

    วิเคราะห์เนื้อหา

    สถิติและทดสอบนัยสำคัญ

    สถิติและทดสอบนัยสำคัญ

    เวลาใช้ทำวิจัย

    2-3 วัน

    4-5 วัน

    นาน

    นาน

    ความยาวของรายงาน 1เรื่อง

    2-3 หน้า

    2-3 หน้า

    5 บท

    มากกว่า 5บท

    ทำเมื่อไร

    ทำไปสอนไปพร้อมกัน

    ทำไปนิเทศ/บริหารไป พร้อมกัน

    ต้องมีเวลาว่าง (หนีสอนไปทำ)

    ต้องมีเวลาว่าง

    เสียค่าใช้จ่าย

    ไม่

    ไม่

    ต้อง

    ต้อง

    อนาคตของผู้ทำ

    ครู-อาจารย์มืออาชีพ

    ศึกษานิเทศ  ผู้บริหารมืออาชีพ

    นักวิจัยการศึกษา

    นักวิจัยการศึกษา

    ทำเพื่อใคร

    ผู้เรียน

    ครู

    ตัวเอง

    ตัวเอง/ประเทศ

    จำนวนเรื่อง/ปี

    มากกว่า 100 เรื่อง

    มากกว่า 50 เรื่อง

    1 เรื่อง

     - 1 เรื่อง

    ผลงานเอาไปทำอะไร

    ความเป็นครู

    ความเป็นศึกษานิเทศ/ผู้บริหาร

    ผลงานเพื่อเลื่อนขั้น/ตำแหน่ง

    ตอบปัญหาของประเทศ/ผลงานขอตำแหน่ง

    ขอบเขตที่ทำ

    ในห้อง

    ในโรงเรียน

    ใน-นอกห้อง

    หลายๆห้อง  หลายๆโรงเรียน

    เงื่อนไข

    ต้องการเป็นครู-อาจารย์ที่ดี  เตรียมสอนอย่างดี

    ต้องการเน้นศึกษานิเทศ/ผู้บริหารที่ดี  เตรียมตัวอย่างดี

    ต้องการหาองค์ความรู้เพิ่ม

    ต้องการหาคำตอบใหม่

    ตัวอย่างงานวิจัย

    การแก้ปัญหานักเรียน 5 คน ป.3 ออก  เสียง ร ล  ไม่ชัด

    การแก้ปัญหาครู 1 คน สอนไม่เป็น

    ผลการใช้เทคนิคใหม่ในการสอนคณิตศาสตร์

    ผลการปฏิรูปการศึกษา

     

      

    สรุป  ลักษณะของการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน  ได้แก่

    1.             ผู้ทำวิจัยยังคงทำงานตามปรกติของตน

    2.             ไม่ต้องสร้างเครื่องมือวิจัย

    3.             ไม่มีข้อมูลจำนวนมาก  และไม่ต้องใช้สถิติ

    4.             ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการสังเกต  การพูดคุย  และใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

    5.             ไม่ต้องทบทวนรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    6.             ใช้เวลาทำวิจัยไม่นาน  ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและจำนวนบุคคลที่ต้องการแก้ไข

    7.             ความยาว 2 – 3 หน้าต่อเรื่อง

    8.             ผู้เรียนได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา

    9.             ไม่มีการระบุประชากร  กลุ่มตัวอย่าง  การสุ่มตัวอย่าง

    10.      ไม่ต้องใช้สถิติสรุปอ้างอิง  และไม่มีระดับนัยสำคัญ

    11.      ไม่มีการทดสอบก่อนหลัง

    12.      ไม่มีตัวแปรอิสระ  ตัวแปรตาม (ตัวแปร  คือ  สิ่งที่ศึกษา)

    13.      ไม่มีกลุ่มทดลอง  กลุ่มควบคุม

    14.      เป็นการวิจัยเชิงคุณลักษณะ (Qualitative  research) มากกว่าการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research)

    15.      เน้นการแก้ไขที่สาเหตุของปัญหาของผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง

     

     

     

     

     

    6.              วิธีทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน

     

    สังเกตอาการผิดปรกติทางการเรียน/

    ความประพฤติของผู้เรียนเพื่อระบุปัญหาแท้

     
    วงจรการทำวิจัยในชั้นเรียน

     

     

     
     
     

     

     

     

     

     

     

     

     


    6.1  การระบุปัญหาแท้

    6.1.1      ลักษณะของปัญหาแท้  ได้แก่

    (1)  เป็นปัญหามานานหลายวัน

    (2)       เป็นปัญหาของผู้เรียนบางคน

    (3)       เป็นปัญหาการเรียน/ความประพฤติ

    (4)       ปัญหานั้นสามารถอธิบายเชิงพฤติกรรมได้

    (5)       ปัญหานั้นหาสาเหตุได้

    (6)       เป็นปัญหาที่ครู-อาจารย์แก้ไขเองได้

     

     

        วิธีการระบุปัญหา  มีดังนี้

    (1)       บรรยายสภาพการเรียนการสอนก่อนพบปัญหา

    (2)       ระบุว่าพบปัญหาได้อย่างไร  โดยใคร

    (3)       เป็นปัญหาของผู้เรียนกี่คนจากทั้งหมด

    (4)       เป็นปัญหาเฉพาะวิชานี้หรือทุกวิชา

    (5)       บรรยายลักษณะของปัญหา

     

    ตัวอย่างที่ 1

      นักเรียน ป.2 ออกเสียง ควไม่ได้

    (1)       ในวิชาภาษาไทย ป.2 ให้นักเรียนอ่านคำที่ควบกล้ำด้วย คว พบว่า มีนักเรียน 3 คน ออกเสียง ควาย เป็น ฟาย  ความ เป็น ฟาม  และ  เคว้งคว้าง เป็น เฟ้งฟ้าง

    (2)       ครูสังเกตการออกเสียงของนักเรียน 3 คน เมื่อให้อ่านเดี่ยว

    (3)       เป็นปัญหานักเรียน 3 คน จาก 50 คน

    (4)       เป็นปัญหาในทุกวิชาที่มีคำ คว

    (5)       การออกเสียง ควของนักเรียน 3 คนนี้ ออกเสียง เป็น ทุกครั้ง

     

     

     

    ตัวอย่างที่ 2

            นักศึกษาปี 1  3 คน  เข้าห้องเรียนสาย

    (1)       ในการสอนวิชา สถิติขั้นนำ กำหนดให้นักศึกษาทุกคนมาตรงเวลา คือ 10.15 .

    (2)       นักศึกษา 3 คน เข้าห้องสาย คือ 10.30 . ทั้ง 3 คน

    (3)       เป็นปัญหาของนักศึกษา 3 คน จาก 100 คน

    (4)       เป็นปัญหาทุกวิชา

    (5)       การเข้าห้องสายทุกครั้ง รบกวนการสอน อีกทั้งนักศึกษาไม่ได้แสดงอาการรับรู้

     

     

     .2        จากปัญหาแท้ ครู/อาจารย์ระบุสาเหตุแท้

    ลักษณะของสาเหตุแท้

    (1)       ใน 1 ปัญหามีหลายสาเหตุ

    (2)       เป็นสาเหตุที่อธิบายเชิงพฤติกรรมได้

    (3)       เป็นสาเหตุของผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง

    (4)       เป็นสาเหตุที่ครู-อาจารย์แก้ไขเองได้

                                 การเลือกสาเหตุแท้มาแก้

    (1)       ครู-อาจารย์เลือก 1 สาเหตุแท้ที่ตนแก้ไขได้

    (2)       ครู-อาจารย์ถามต้นตอของสาเหตุ  จะได้ต้นตอแท้ๆ

     

    ตัวอย่างที่ 1

    (1)       สังเกตการออกเสียงไม่ถูกต้องของนักเรียน 3 คน

    (2)       ซักถามเด็กแต่ละคน (ใน 3 คน) ว่าที่บ้านออกเสียงอย่างไร

    (3)       ลองให้อ่านคำอื่นที่มี  คว

    (4)       สังเกตปาก  และกล่องเสียงตลอดจนอวัยะอื่นในขณะออกเสียง

    สรุปสาเหตุของนักเรียนแต่ละคน

    คนที่ 1................................ ................................  ...............................  ..............................

    คนที 2............................... ................................  ...............................  ..............................

    คนที 3............................... ................................  ...............................  ..............................

                    ตัวอย่างดังกล่าวพบว่า นักเรียน 2 คน มีสาเหตุมาจากที่บ้าน  ส่วนที่ 3 สาเหตุมาจากลิ้นไก่สั้น  ครูควรแก้ไขที่นักเรียน 2 คนแรก (เพราะแก้เองได้)  ส่วนที่ 3 ควรปรึกษาผู้ปกครองเพื่อให้แพทย์แก้ไขต่อไป

     

    ตัวอย่างที่ 2

                    อาจารย์บันทึกเวลาที่นักศึกษาทั้ง 3 คนมารวม 1 สัปดาห์  เมื่อสิ้นชั่วโมงได้ซักถามนักศึกษาทั้ง 3 คน ถึงสาเหตุที่มาสาย  สรุปได้ว่า

                    คนที่ 1  บ้านไกล (ระบุสถานที่)

                    คนที่ 2  ตื่นสาย (บ้านไม่ไกล)

                    คนที่ 3  ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน

     

             

     

      6.3  วิธีแก้ไข

    ครู-อาจารย์เลือก 1 สาเหตุ  และหาวิธีแก้ไขที่ตรงโดยเป็นวิธีที่แก้ไขในช่วงการสอน  หรือก่อน/หลังสอนและไม่ทำให้เสียหายแก่กลุ่มใหญ่

    ตัวอย่างที่ 1

    ปัญหาแท้

                  นักเรียน 3/50 คน  ออกเสียง  คว ไม่ได้  เช่นคำว่า  ควาย  ออกเสียงเป็น  ฟาย

    สาเหตุ

                  ที่บ้านของเด็กทั้ง 2 คน  ออกเสียงควายเป็น  ฟาย

    วิธีแก้

                  เรียกนักเรียน 2 คน  มาฝึกออกเสียงตอนเลิกเรียนโดย

    1.             ให้เด็กดูปากครูว่าเวลาออกเสียงทำปากอย่างไร

    2.             ให้เด็กทำปากต่อหน้ากระจก

    3.             ครูดูปากของเด็กแต่ละคนเวลาออกเสียง

    4.             ครูให้เด็กออกเสียงทีละคน  และจับที่กล่องเสียงของเด็กว่าออกเสียงถูกหรือไม่

    5.             ให้เด็กทดลองออกเสียง และเพื่อนอีก 1 คน  ช่วยกันฟังและดูปาก

    6.             ฝึกออกเสียง ควายทีละคน  ดูกระจกสลับกับเพื่อนช่วยกันดู

    7.             ลองให้เด็กพูดประโยชน์ที่มีคำว่า  ควายเช่น

    -                   ฉันขี่ควายไปนา

    -                   พ่อมีควาย 3 ตัว

    8.  สังเกตเด็กทั้ง 2 คน  ในการเรียนอ่านภาษาไทยในครั้งต่อไปเพิ่มเติม

     

     

      

    ตัวอย่างที่ 2

    ปัญหาแท้

                  นักศึกษา 3 คน จาก 50 คน เข้าเรียนสาย

    สาเหตุ

                  คนที่ 1  บ้านไกล

                  คนที่ 2  ตื่นสายเพราะชอบนอนดึก

                  คนที่ 3  มีภาระที่บ้าน

    วิธีแก้

            ต้องแก้ทีละคน

            คนที่ 1  นำแผนที่รถประจำทางมาศึกษา  และระบุเส้นทางที่จะมาได้เร็วพร้อมทั้งให้ตื่นนอน

                         เช้าขึ้น

            คนที่ 2  ให้ตั้งนาฬิกาปลุก  เพื่อให้มีเวลาแต่งตัวและเดินทาง  และหัดนอนหัวค่ำ

            คนที่ 3  ให้ตื่นเช้าขึ้นเพื่อช่วยงานที่บ้านให้แล้วเสร็จ                                   

     

     

    7.              หัวข้อในโครงร่างวิจัย

    เมื่อได้แนวทางมาแล้วครู-อาจารย์  ศึกษานิเทศ/ผู้บริหารเขียนแผนงาน (โครงร่างวิจัย)  ดังนี้

    1.             ชื่อเรื่องวิจัย

    การแก้ปัญหาอะไร  ของใคร

    2.             ปัญหาแท้และสาเหตุแท้ที่เลือกมาวิจัย

    ผลการสำรวจปัญหาแท้และสาเหตุแท้ของผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง  ตลอดจนนิยามศัพท์ปัญหาแท้และสาเหตุแท้

    3.             วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    เพื่อแก้ปัญหาอะไร  ของใคร  ที่ไหน  กี่คน

    4.             วิธีดำเนินงาน

    วิธีการที่คาดว่าจะแก้ไขได้ผล

    5.             ระยะเวลาที่คาดว่าจะแก้ไขเสร็จ

    6.             ทำไมจึงเลือกวิธีนี้มาแก้ไข  และรู้ได้อย่างไรว่าจะได้ผล/สำเร็จ

     

     8.              หัวข้อในรายงานวิจัย

    เมื่อลงมือแก้ไขจนสำเร็จ 1 เรื่อง  เขียนรายงานวิจัยตามหัวข้อต่อไปนี้

    1.             ชื่อเรื่องวิจัย

    การแก้ปัญหาอะไร  ของใคร

    2.             ปัญหาแท้และสาเหตุแท้ที่เลือกมาวิจัย

    ผลสำรวจปัญหาแท้และสาเหตุของนักศึกษาบางคน  บางเรื่อง  ตลอดจน  นิยามคำศัพท์  ปัญหาแท้และสาเหตุแท้

    3.             วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    เพื่อแก้ปัญหาอะไร  ของใคร  ที่ไหน  กี่คน

    4.             วิธีดำเนินงาน

    วิธีการแก้ไขเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด (เมื่อไร  ทำอะไร  ทำอย่างไร  ใครทำ)

    5.             ผลการวิจัย

    ผลการแก้ไขเป็นระยะๆ ตลอดจนพัฒนาการที่ดีขึ้น  จนถึงขั้นที่แก้ไขเสร็จ (ระบุเมื่อไร  อย่างไร  ใครทำ  ได้ผลอะไร  เป็นระยะๆ ) ระบุพฤติกรรมที่แก้ไขได้สำเร็จด้วย

    6.             การอภิปรายผล

    อภิปรายว่าทำไมวิธีแก้ไขนี้จึงได้ผลกับสาเหตุของปัญหานี้

     

     

      

    9.              วิธีทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อนำไปขอผลงาน

    การทำวิจัยเพื่อไปขอผลงาน

    (1)       ต้องทำหลังจากการทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนบางคน  บางเรื่อง  เสร็จไปหลายๆเรื่อง

    (2)       ประมวล  สังเคราะห์ว่า

    -                   ปัญหาเดียวกัน  ต่างสาเหตุ  แก้ไขได้แล้ว  ได้ผลว่าอะไร  ทำไมจึงได้ผล

    หรือ

    -                   ต่างปัญหา  แก้ไขแล้ว  ได้ผลว่าอะไร  ทำไมจึงได้ผล

     

      ปัญหาวิจัย 1 เรื่อง

     
     
     

     

     

     

     

     

     

    สังเคราะห์ผล

     
     

     

     


    (3)       อ่านงานวิจัยของคนอื่นที่เกี่ยวกับ  แล้วนำมาอภิปรายร่วมกับของตน  ว่าสอดคล้อง/แตกต่างจากคนอื่นในประเด็นใด  เพราะอะไร

    (4)       หัวข้อในรายงานวิจัยเพื่อขอผลงาน

    1.             ชื่อเรื่อง

    การสังเคราะห์ปัญหาอะไร  ของใคร

    2.             ปัญหาและสาเหตุของการวิจัย

    ระบุปัญหาแท้  หลายสาเหตุแท้  นิยามคำศัพท์

    3.             ทบทวนงานวิจัย  บทความ  เอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหา  สาเหตุ  และวิธีแก้

    4.             วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการแก้ปัญหาอะไร  สาเหตุอะไรบ้าง (ทุกสาเหตุ) ของใคร

     

     

    5.             วิธีดำเนินงาน

    5.1       มาจากงานวิจัยเล็กๆ หลายๆ เรื่องในปัญหาอะไร  สาเหตุอะไรบ้าง (ทุกสาเหตุ)

    5.2       ผลการแก้ไข

    5.2.1                   ปัญหา  สาเหตุ  วิธีแก้เดียวกันแต่ต่างผู้เรียน  ได้ผลอย่างไร

    5.2.2                   ปัญหาเดียวกัน  ต่างสาเหตุ  ได้ผลว่าอะไร

    6.             สรุปผลวิจัยตามวัตถุประสงค์

    7.             อภิปรายผลวิจัย

    ทำไมผลวิจัยของท่านจึงสอดคล้อง/ต่างจากคนอื่น (ข้อ 3 กับ ข้อ 6)

    8.             ข้อเสนอแนะ

    8.1       การนำผลวิจัยไปใช้ต่อควรทำอย่างไร  ภายใต้ขอบเขตอะไร

    8.2       การทำวิจัยต่อจะมีหัวข้ออะไรบ้าง

    9.             บรรณานุกรม

    ระบุชื่อ  เอกสาร  งานวิจัย  บทความที่อ้างอิงในวิจัยนี้

     

     

    ให้คำปรึกษาการทำผลงานทางวิชาการและวิทยฐานะ 

    ปรึกษาได้ที่ 081-751-0100 อ.พัส หรือที่ E-mail = windows_pooh@hotmail.com

     

     

     


    จำนวนที่เข้าชม : 1867   [ คลิกขึ้นบน ]
     

      แสดงความคิดเห็น
    ชื่อ/อีเมลล์ :  สมาชิกระบบจะกรอกให้อัตโนมัติ
    ใส่รหัสยืนยัน
    ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
    อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
    ข้อความ :


    กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


     
    ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง
        การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Pro/desktop
        การจัดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์
        แบบฝึกทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำสระเปลี่ยนรูป และสระลดรูป
        เผยแพร่ผลงานวิชาการ
        เผยแพร่โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สีสันของดอกไม้
        ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง ความลับของสีดำ ชั้นอนุบาล 2
        รายงานการพัฒนาบทเรียนโปรแกรม รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา พ16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุด ชีวิตปลอดภัย ใสใจสุขภาพ
        ขออนุญาตเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ


    Krupunmai.com: ข่าวการศึกษา วิทยฐานะครู ความรู้สำหรับครู เผยแพร่ผลงานวิชาการ ครูชำนาญการพิเศษ
    ©Copyright 2012, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

    ลิ้งเพื่อนบ้าน : เกมส์ |