การพัฒนาแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

KRUPUNMAI SHARE

ชื่องานที่วิจัย      การพัฒนาแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้วิจัย                   นางสาววรรณวิมล ภูเด่น ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ

ปีที่วิจัย                พ.ศ. 2561

 

                                                  บทคัดย่อ

 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะที่พัฒนาขึ้น กับวิธีการสอนแบบปกติ 3)  ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 (เยี่ยมเกษสุวรรณ) ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2561 จำนวน 64 คน จากการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ด้วยวิธีจับสลาก  โดยกลุ่มทดลอง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 36 คน กลุ่มเปรียบเทียบ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน 2) แบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น จำนวน 9  เล่ม   3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น  มีลักษณะเป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น จำนวน 10 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E1/ E2)  สถิติทดสอบ  t-test แบบ Independent และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA)  ผลการวิจัย พบว่า

  1. แบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.54/83.90  ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  พบว่า  คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น หลังเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลอง เท่ากับ 25.36 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน  และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น หลังเรียนของนักเรียนกลุ่มควบคุม เท่ากับ 20.04  คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน  เมื่อดำเนินการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม โดยนำคะแนนความรู้ก่อนเรียน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น มาเป็นตัวแปรร่วมเพื่อใช้ในการปรับค่าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน ซึ่งจากการปรับคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติและความน่าจะเป็น ระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม พบว่าคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05  โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เฉลี่ย 27.29 คะแนน  กลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 19.09 คะแนน
  3.  วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตปลอดภัย  เข้าใจภัยใกล้ตัว  โดยภาพรวมเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด = 4.25, S.D. = 0.24  โดยด้านสื่ออุปกรณ์กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจสูงสุด  = 4.64, S.D. = 0.57)  รองลงมา คือ ด้านประโยชน์ = 4.46, S.D. = 0.37)   ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน = 4.11, S.D. = 0.40  ด้านเนื้อหา = 4.07, S.D. = 0.65    และด้านการวัดผลและประเมินผล (= 3.96, S.D. = 0.57)  ตามลำดับ

Rate this post

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านยะพอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @