การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านยะพอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง      การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนบ้านยะพอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

ชื่อผู้ศึกษา  นางสาวรัตนา ถกลบูชา

สถานศึกษา โรงเรียนบ้านยะพอ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ปีที่ศึกษา    2564

                                  บทคัดย่อ

                     การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียน บ้านยะพอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 โดยใช้แบบจำลองการประเมินโมเดล ซิปป์ (CIPP Model) มีวัตมุประสงค์ 1) เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านยะพอ ความเหมาะสมด้านบริบท (Context Evaluation)  2) เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านยะพอ ความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) 3) เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านยะพอ ความเหมาะสมในการดำเนินงานด้านกระบวนการ (Process Evaluation)  4) เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านยะพอ ด้านผลผลิต (Product Evaluation) ของโครงการ 5) ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 149 คน ได้แก่ ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนบ้านยะพอ จำนวน 19 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน  เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 22 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 จำนวน 95 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า

1.การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียน บ้านยะพอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่มีระดับความคิดเห็นสูงสุด ได้แก่ ด้านผลผลิต มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ด้านกระบวนการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ความเหมาะสมด้านบริบท มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก และด้านที่มีระดับความคิดเห็นต่ำสุด ได้แก่ ด้านปัจจัยนำเข้า มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกด้าน

1.1 ผลการประเมินความเหมาะสมด้านบริบท โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายการพบว่า รายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ โครงการนี้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโรงเรียนและชุมชน อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ การกำหนดขั้นตอนของการดำเนินงานตามโครงการมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษา และรายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญให้การสนับสนุนโครงการ อยู่ในระดับมาก

1.2 ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าโดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายการ พบว่ารายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดกิจกรรมและกำหนดบทบาทหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนอยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ ครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถดำเนินโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ อยู่ในระดับมาก งบประมาณในการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ และรายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมาก

1.3 ผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่าโดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายการ พบว่ารายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การดำเนินงานโครงการเป็นไปตามแผนปฏิบัติการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริงอยู่ในระดับมาก และทุกกิจกรรมมีการดำเนินงานตามโครงการ อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะอาชีพ อยู่ในระดับมาก

1.4 ผลการประเมินด้านผลผลิตที่เกิดกับนักเรียน พบว่าโดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายการพบว่า รายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ นักเรียนได้รับความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ อยู่ในระดับมาก นักเรียนมีสุขภาพจิตที่ดี แจ่มใส ร่าเริง เบิกบาน มีความสุขในการเรียน การทำงานและเรียนรู้อย่างตั้งใจ อดทน ขยันหมั่นเพียร นักเรียนได้พัฒนาการทำงานด้วยกระบวนการกลุ่ม ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ นักเรียนมีวิธีการสร้างอาชีพให้กับตนเองและผู้อื่น อยู่ในระดับมาก

  1. ผลการประเมินด้านความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อโครงการ พบว่าโดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายการ พบว่ารายการที่ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ นักเรียนได้รับประโยชน์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับบริบท อยู่ในระดับมากที่สุด และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับวัยของนักเรียน อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ การประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ อยู่ในระดับมาก
5/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  ลำดับและอนุกรมกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ ๔๓ จังหวัดสงขลา

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @