การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยวิธีสอนแบบโครงงาน

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง   :  การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

                    โดยวิธีสอนแบบโครงงาน

ชื่อผู้วิจัย  :   หทัยรัตน์  หิ่มเก่า

ปีที่วิจัย   :   2561

 

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบโครงงาน ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80   2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังเรียนโดยวิธีสอนแบบโครงงาน  3) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังเรียนโดยวิธีสอนแบบโครงงาน 4) ศึกษาความสามารถในการทำโครงงานหลังการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อวิธีสอนแบบโครงงาน        กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน    (ประชาธิปถัมภ์) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple  Random Sampling) ด้วยการจับสลากห้องเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบโครงงาน  2) แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพในบ้านเรา    3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์  สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3    4) แบบประเมินความสามารถในการทำโครงงาน และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อวิธีสอนแบบโครงงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test) แบบ dependent

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบโครงงาน ได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 87.47/83.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
  2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนหลังเรียนโดยวิธีสอนแบบโครงงานสูงกว่าก่อนเรียน
  3. ผลการประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยวิธีสอนแบบโครงงาน ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนหลังเรียนโดยวิธีสอนแบบโครงงานสูงกว่าก่อนเรียน
  4. ผลการประเมินความสามารถในการทำโครงงานหลังการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับดี
  5. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อวิธีสอนแบบโครงงาน อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด

 

Rate this post

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

การประเมินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยใช้รูปแบบ CIPPiest (CIPPiest Model) โรงเรียนอุดรธานีพิทยาคม ปีการศึกษา 2561

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @