การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของ จำนวนนับ ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง       การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของ
จำนวน
นับ ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  

ผู้วิจัย           นางสาววิจิตตรา อุดเมืองเพีย

หน่วยงา    โรงเรียนบ้านโคกสูงวิทยานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5

ปีที่วิจัย       2561

                                              บทคัดย่อ

                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ TAI ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 (2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ  ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ  ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กับเกณฑ์ร้อยละ 75 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโคกสูงวิทยานุกูล  อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น  เขต 5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 3 ชนิด คือ แผนการจัดกิจกรรมเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 15 แผน ใช้เวลาจัดกิจกรรม ทั้งหมด 15 ชั่วโมง แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ

ผลการวิจัยพบว่า  

  1. ผลการพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ TAI มีประสิทธิภาพ 79.30 / 79.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  2. ดัชนีประสิทธิผลจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ  ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าประสิทธิผล 0.59    
  3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตัวประกอบของจำนวนนับ  ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.80 คิดเป็นร้อยละ 79.33 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของนักเรียนหลังเรียน พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Rate this post

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

การประเมินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยใช้รูปแบบ CIPPiest (CIPPiest Model) โรงเรียนอุดรธานีพิทยาคม ปีการศึกษา 2561

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @