ผลการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง            ผลการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3

ผู้วิจัย              สุชาติ  ขุนน้ำ

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

 

รายงานการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 เพื่อสำรวจปัญหาและอุปสรรคของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 และเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3ดำเนินการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
กับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ครูโรงเรียนวัดจอมคีรี จำนวน 6 คน 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนวัดจอมคีรี จำนวน 58 คน 3) ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนวัดจอมคีรี ปีการศึกษา 2564 จำนวน 58 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

ผลการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 จากการนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน พบว่า ในภาพรวมครูผู้สอน สามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติการเรียนการสอนได้ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.95) เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ลำดับแรกครูผู้สอนสามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านคุณธรรมได้ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24) รองลงมาคือ สามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ในระดับมาก ในด้านความรู้ ด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ด้านความมีเหตุผล และด้านความพอประมาณ ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.97, 3.88, 3.85 และ 3.80)

การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและการเรียนของนักเรียน พบว่า ในภาพรวมนักเรียนโรงเรียนวัดจอมคีรี สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.60)  เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก ลำดับแรกได้แก่ ด้านคุณธรรม ด้านความพอประมาณ ด้านความมีเหตุผล ด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ด้านความรู้ อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.74, 3.62, 3.62, 3.59 และ 3.44)

ผลการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของผู้ปกครองนักเรียน พบว่า ผู้ปกครองนักเรียน สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71) เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก ลำดับแรกได้แก่ ด้านคุณธรรม รองลงมาคือ ด้านความมีเหตุผล ด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ด้านความรู้ และด้านความพอประมาณ ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96, 3.85, 3.80, 3.52 และ 3.42)

ปัญหาและอุปสรรคของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ โรงเรียนวัดจอมคีรี พบว่า ครูผู้สอนประเมินว่าคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต ขาดการพัฒนา ปรับปรุงให้ทันสมัย งบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจมีจำนวนน้อย ห้องสมุดโรงเรียนยังขาดแคลนหนังสือ อุปกรณ์สื่อต่างๆ ที่ใช้ในห้องสมุดที่ทันสมัย ด้านผู้ปกครองนักเรียนพบว่า ยังขาดการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการลดการใช้สารเคมีภาคการเกษตร ขาดการส่งเสริมการฝึกอบรมอาชีพเสริม และปัจจัยค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นสูง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ เป็นต้น

สำหรับแนวทางส่งเสริมและพัฒนาการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ โรงเรียนวัดจอมคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ครูผู้สอน มีข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อพัฒนาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนอย่างเพียงพอ ให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอ และต่อเนื่องทุกปีการศึกษา สนับสนุนอุปกรณ์สื่อต่างๆ ที่ใช้ในห้องสมุด ที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน และในด้านผู้ปกครองนักเรียนมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมัก การลดการใช้สารเคมีภาคการเกษตร โรงเรียนควรประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินกิจกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน และท้องถิ่น มีส่วนร่วมในกิจกรรม ตลอดจนจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรอาชีพเสริม ให้แก่นักเรียน และผู้ปกครอง เพื่อให้มีรายได้เสริม เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบร้อยละของนักเรียนปีการศึกษา 2563 กับปีการศึกษา 2564 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับดีขึ้นไป (เกรด 3) พบว่าภาพรวมร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับดีขึ้นไป (เกรด 3) ปีการศึกษา 2564 กับปีการศึกษา 2563 มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 27.0 นอกจากนี้พบว่าในปีการศึกษา 2564 ทุกวิชามีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นกว่าปีการศึกษา 2563 คือ วิชาภาษาอังกฤษมีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น 3.68 รองลงมาคือ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.8 วิชาการงานอาชีพเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.7 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.9 วิชาสุขศึกษา พละศึกษา เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2 วิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.9 วิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.9 วิชาประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 และวิชาภาษาไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 111.4 ตามลำดับ

 

5/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

รายงานการพัฒนาชุดฝึกอบรมเรื่อง การจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @