การประเมินโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของโรงเรียนบ้านโคกกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง    การประเมินโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ของโรงเรียนบ้านโคกกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ผู้ประเมิน              สมศักดิ์    บุตรแวง

ปีที่ทำการพิมพ์       2564

                                                    บทคัดย่อ

การประเมินโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านโคกกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ  ครั้งนี้โดยประยุกต์ใช้รูปแบบประเมินของซิปป์ (CIPP Model) คือ ประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น ประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน ประเมินด้านผลที่ได้รับ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 213 คน ประกอบด้วย กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 8 คน ครูผู้สอน จำนวน 15 คน นักเรียน จำนวน 95 คน และผู้ปกครอง จำนวน 95 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มีจำนวน 2 ฉบับ มีค่าความเชื่อมั่นรายฉบับเท่ากับ 0.93 และ 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป คำนวณหาค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่า

  1. ด้านสภาวะแวดล้อม กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง เห็นว่า โดยรวมมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ การจัดกิจกรรมของการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รองลงมาคือ โรงเรียนมีการกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน และโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมด้านความสะอาด แสงสว่าง เสียง และการถ่ายเทอากาศที่ดี และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การกำหนดเป้าหมาย วิธีการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการมีความเหมาะสม และปฏิบัติได้จริง
  2.   ด้านปัจจัยเบื้องต้น กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง เห็นว่า โดยรวมมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด สำหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมตามโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความเหมาะสม เพียงพอ รองลงมาคือ บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจต่อการดำเนินโครงการ และโรงเรียนมีครุภัณฑ์ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์รองรับการใช้เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของบุคลากร และข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ โรงเรียนมีครูหรือบุคลากร และคณะกรรมการดำเนินงาน ทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างเพียงพอ
  3.   ด้านกระบวนการดำเนินงาน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง เห็นว่า โดยรวมมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด สำหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ บุคลากรในโรงเรียน นักเรียน และชุมชน ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมและการพัฒนาการจัดการศึกษา รองลงมาคือ ได้ดำเนินกิจกรรมที่กำหนดในโครงการตามขั้นตอนทุกกิจกรรม และก่อนการดำเนินงานมีการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ
  4.  ด้านผลที่ได้รับ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครอง
    เห็นว่า โดยรวมมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด สำหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ นักเรียนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการเรียนรู้กิจกรรมที่กำหนดในโครงการ รองลงมาคือ ชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และโรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอพียงของโรงเรียนและชุมชน และรายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ โรงเรียนเป็นแหล่งบริการข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยสำหรับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5.   ด้านผลกระทบ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครอง
    เห็นว่า โดยรวมมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด สำหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น รองลงมาคือ นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการและบริหารเวลา และนักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนให้มีความสามารถในการจัดการองค์ความรู้ และรายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ นักเรียนได้รับรางวัลจากการแข่งขันทางวิชาการในระดับต่าง ๆ และการยกย่องชมเชยเพิ่มมากขึ้น
5/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

รายงานการพัฒนาชุดฝึกอบรมเรื่อง การจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @