รายงานผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง    รายงานผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
โรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1

 

ผู้รายงาน       นายปริวัฒน์  บุญภูมิ

 

                                              บทคัดย่อ

 

                            การพัฒนาสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษามีความจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีจิตสำนึกสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและใช้แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์ แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน ภายนอกห้องเรียนขาดการจัดปรับปรุงให้มีสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เร้าความสนใจหรือจูงใจนักเรียนให้รักที่จะเรียนและเรียนร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข การรายงานผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว ในครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1   ใน 2 ด้าน คือสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ  ให้เอื้อต่อการแสวงหาความรู้ของนักเรียน และนักเรียนเกิดจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของร่วม  โดยใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ(Action Research) ดำเนินการพัฒนาเป็น 2 วงรอบ ซึ่งแต่ละวงรอบประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือการวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล(Reflection) กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาได้แก่ การบริหารแบบมีส่วนร่วมและการนิเทศ กลุ่มผู้ร่วมรายงาน (Research Participants) จำนวน 21 คนได้แก่ ผู้รายงานซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6หัวหน้างานอาคารสถานที่ และ หัวหน้างานวิชาการ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และคณะกรรมการนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว รวมจำนวน 58 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสอบถาม การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation Technique) และนำเสนอการรายงานผลเชิงพรรณนา

ผลการรายงานพบว่า ก่อนการดำเนินการพัฒนาสภาพแวดล้อมในโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว ด้านกายภาพขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างเป็นระบบ  ห้องเรียนไม่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาจำนวนห้องเรียนไม่เพียงพอสำหรับให้บริการแก่นักเรียนทั้งห้องเรียนและห้องพิเศษต่าง ๆ ไม่มีผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาอย่างจริงจัง เมื่อกลุ่มผู้ร่วมรายงานการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว  ได้ดำเนินการพัฒนาโดยอาศัยกลยุทธ์การทำงานแบบมีส่วนร่วมและการนิเทศ เพื่อระดมความคิด ความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนตามกรอบการศึกษาโดยอาศัยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายสนองตอบความต้องการของนักเรียน  และเมื่อได้ดำเนินการพัฒนาตามกระบวนการ ของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ครบ 2 วงรอบ พบว่า ครู นักเรียน มีความรู้ ความเข้าใจมีแนวทางการดำเนินงานอย่างมีเป้าหมายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรมที่วางแผนไว้  ทุกคนต่างให้ความร่วมมือแก่กันและกัน ในการดำเนินงานเกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งด้านกายภาพและด้านจิตภาพ เป็นการดำเนินงานโดยให้ครู นักเรียน ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ความต้องการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน การเสนอรายละเอียดเพิ่มเติม  การดำเนินการพัฒนาตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ทำให้อาคารเรียนมีความปลอดภัย มีการจัดตกแต่งห้องเรียนอย่างเหมาะสม มีการจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงพื้นห้องเรียน สร้างเรือนเพาะชำ  ปรับปรุงแปลงเกษตร ทำทางเดินในสวนสมุนไพร ปรับปรุงสวนหย่อม และปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้มีปลอดภัยยิ่งขึ้น จัดบรรยากาศห้องสมุดให้เอื้อต่อการเรียนรู้โดยจัดหาคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย สมาร์ททีวี  หนังสือ วารสาร นิทาน เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า นักเรียนมีการแบ่งเขตรับผิดชอบกันดูแลความสะอาด บริเวณห้องเรียน อาคารสถานที่สวนหย่อม และบริเวณทั่วไปของโรงเรียนให้สะอาดร่มรื่น สวยงาม น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน ส่วนสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ ครูและนักเรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้ โดยนักเรียนเกิดการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม มีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น มีความรับผิดชอบและมีจิตสาธารณะมากขึ้น  ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมากขึ้น ทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้   ครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้ห้องเรียนมีบรรยากาศในการเรียนรู้ที่อบอุ่นเกิดความร่วมมือกันในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการดูแลเอาใจใส่บุตรหลานทั้งด้านความประพฤติและการเรียนเป็นที่น่าพอใจ  นอกจากนี้ครูได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดแทรกและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียนอยู่เสมอ ทำให้นักเรียนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญในการเรียน ส่งผลให้มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มสูงขึ้นทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ นักเรียน ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้

กล่าวโดยสรุป การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยใช้กลยุทธ์การทำงานแบบมีส่วนร่วม และการนิเทศช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนทั้งด้านกายภาพและด้านจิตภาพ มีบรรยากาศที่เอื้อการแสวงหาความรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ช่วยพัฒนาทางด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญาของนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลให้นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้เป็นของตนเองและนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข ดังนั้นจึงควรส่งเสริม สนับสนุนให้นำกลยุทธ์ดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ

การเรียนรู้ของโรงเรียนอื่นต่อไป

5/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนคลองหนึ่ง (แก้วนิมิตร) ปีการศึกษา 2564

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @