การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) เพื่อเสริมสร้าง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

KRUPUNMAI SHARE

ชื่อเรื่อง         การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน
ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) เพื่อเสริมสร้าง
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ผู้วิจัย    นางลัดดาวัณย์  ธิมา   ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ง (อินมีอุปถัมภ์) อำเภอจุน จังหวัดพะเยา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2
ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 2664

                                                บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (SEARCH-D Model) เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ง (อินมีอุปถัมภ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2)ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) 3)ศึกษาการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) และ 4)ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ง (อินมีอุปถัมภ์) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 18 คน ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1)แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) จำนวน 16 แผน 2)ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) จำนวน 8 ชุด 3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4)แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ และ 5)แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test แบบ Dependent

ผลการวิจัยพบว่า 1)รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
(SEARCH-D Model) ที่สร้างขึ้นมีคุณภาพระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.39 มีค่าประสิทธิภาพ
เท่ากับ87.17/86.85 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  3)นักเรียนมีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05 และ 4)นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน
ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์(SEARCH-D Model) ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
( = 4.764, S.D. = 0.483)

5/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE

Check Also

บทความทางวิชาการ หน้าที่ของชายไทยกับการเกณฑ์ทหาร

KRUPUNMAI SHARE ...

@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @