KRUPUNMAI SHARE

ปัญหาการกําหนดเกณฑ์การคำนวณเงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ  ของผู้ประกันตนตามมาตรา  39  แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533

ปรัชญาไชย แช่มช้อย[1]
Pruchyachai Chamchoi
จุฑารัตน์  แก้วพันธ์[2]
Jutharat Kaewpan
ประภาพร  สมพร[3]
Prapaporn Somporn
อัจฉราวดี  แก้วพันธ์[4]
Atcharawadee  Kaewpan

 

บทคัดย่อ

 

การประกันสังคมมีความสำคัญอย่างมากในการดูแลความสุขภาพและคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาและการช่วยเหลือต่างๆ โดยเป็นการช่วยเหลือที่มีลักษณะการให้การรักษาและการแก้ไขปัญหาในส่วนที่คนไทยต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนในช่วงเวลาหลังจากเกิดความเสื่อมเสียของสุขภาพ ในปัจจุบัน ระบบประกันสังคมของประเทศไทยเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ประกันสังคมสามารถใช้บริการการรักษาพยาบาลและหายขาดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบนี้มีความคุ้มครองสูงและสามารถป้องกันการเป็นหนี้สินอันตรายได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประเมินผลส่วนต่างๆ ของชราภาพของไทยในปัจจุบันจึงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสิทธิประโยชน์ชราภาพที่เพียงพอแก่ผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการมีค่าใช้จ่ายสวัสดิการที่เพียงพอในการดูแลผู้สูงอายุ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ มากขึ้น และการเสริมสร้างเครือข่ายช่วยเหลือผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความช่วยเหลือที่เพียงพอภายใต้สภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

สรุปได้ว่า สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมผู้สูงอายุของไทยส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการคิดธรรมชาติของผู้สูงอายุและการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุโดยทั่วไป อีกทั้งแนวทางการดำเนินงานกับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการตอบสนองความต้องการและปัญหาของผู้สูงอายุในประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีหากมีการเพิ่มเติมการสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยลดปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างไม่เหมาะสมของผู้สูงอายุต่อสังคมและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในการดูแลและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย

 

คำสำคัญ : ประกันสังคม ,ผู้สูงอายุ, เงินสมทบ

[1] อาจารย์, คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Professor, Faculty of Social Sciences and Local Development Pibulsongkram Rajabhat University
[2] นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏพิบูลสงคราม
Master’s degree student, Master of Laws Program in laws, Faculty of Social Sciences and Local Development Pibulsongkram
Rajabhat University
[3] นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏพิบูลสงคราม
Master’s degree student, Master of Laws Program in laws, Faculty of Social Sciences and Local Development Pibulsongkram
Rajabhat University
[4] นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และการพัฒนาท้องถิ่น สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏพิบูลสงคราม
Master’s degree student, Master of Laws Program in laws, Faculty of Social Sciences and Local Development Pibulsongkram
Rajabhat University

2/5 - (1 vote)

KRUPUNMAI SHARE
@ เว็ปไซต์ เพื่อข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษา www.krupunmai.com @ ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม @